นักมวย

ประวัตินักมวย – สมรักษ์ คำสิงห์

 ประวัตินักมวย – สมรักษ์ คำสิงห์

เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์ ร.น. คือนักมวยชาวไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996)

ชื่อ : สมรักษ์ คำสิงห์
เกิดเมื่อ : วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516
จังหวัด : ขอนแก่น

ชีวิตวัยเด็ก

สมรักษ์ เป็นชาวหมู่บ้านโนนสมบูรณ์  ในครอบครัวยากจน เป็นบุตรคนกลาง ในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของ นายแดง และ นางประยูร คำสิงห์ เหตุที่มีชื่อเล่นว่า “บาส” ก็เพราะต้องการให้คล้องกับชื่อเล่นของพี่ชายซึ่งเป็นนักมวยด้วยเหมือนกัน คือ สมรถ คำสิงห์ ที่มีชื่อว่า “บัส” เนื่องจาก คลอดบนรถโดยสาร ระหว่างเดินทางไปสถานีอนามัยอำเภอ

เส้นทางมวยไทย

สมรักษ์เข้าเรียนครั้งแรกที่โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาโนนสมบูรณ์ ด้วยเหตุที่สมรักษ์มีพ่อเป็นนักมวยเก่า จึงได้รับการฝึกการชกมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก ขึ้นชกมวยครั้งแรกขณะอายุได้ 7 ปี และได้ตระเวนชกตามเวทีงานวัดต่างๆจนทั่วอ.โนนไผ่ และได้รับการทาบทามจากณรงค์ กองณรงค์ หัวหน้าคณะณรงค์ยิมให้มาร่วมค่าย สมรักษ์จึงขอขึ้นชกมวยไทยในชื่อ สมรักษ์ ณรงค์ยิมและกลายเป็นมวยมีชื่อในจ.ขอนแก่
ต่อมา ณรงค์กับนายแดงพ่อของสมรักษ์เกิดแตกคอกัน สมรักษ์จึงย้ายไปอยู่ค่ายศิษย์อรัญ เข้ามาชกมวยในกรุงเทพฯ ได้ไปเรียนที่ โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา โดยชกทั้งมวยไทย และมวยสากลสมัครเล่น สมรักษ์ขึ้นชกมวยไทยในชื่อ พิพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ แต่พอสมรักษ์ขึ้น ม.2 พ่อก็ถึงแก่กรรมในเส้นทางมวยไทย สมรักษืตระเวนชกตามเวทีต่างทั้ง ชลบุรี สำโรง อ้อมน้อยจนกระดูกแข็ง เจนสังเวียนมากขึ้นจึงขึ้นชกมวยที่เวทีมาตรฐานทั้งเวทีราชดำเนินและเวทีลุมพินี มีโอกาสขึ้นชกกับนักมวยชื่อดังยุคนั้นหลายคน เช่น ชาติชายน้อย ชาวไร่อ้อย ช้างน้อย ศรีมงคล บัวชาว ป.พิสิษฐ์เชษฐ์ ฉมวกเพชร ช่อชะมวง แต่ไม่เคยได้แชมป์มวยไทยของเวทีใด จน พ.ศ. 2538 จึงขึ้นชกมวยไทยครั้งสุดท้าย ชนะน็อค สุวิทย์เล็ก ส.สกาวรัตน์ ยก 4 แล้วจึงหันมาเอาดีด้านมวยสากลสมัครเล่นอย่างเดียว ค่าตัวสูงสุดที่ได้รับจากการชกมวยไทยอยู่ที่ราว 180,000 บาท จัดเป็นนักมวยเงินแสนคนหนึ่งของไทย

เส้นทางมวยสากลสมัครเล่น

สมรักษ์เริ่มเข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในนามของโรงเรียน เมื่อปี พ.ศ. 2528 เมื่ออายุ 12 ปี โดยมีพิกัดน้ำหนัก 52 กิโลกรัมเมื่อสมรักษ์จบ ม.6 จากโรงเรียนผดุงศิษย์ฯ ได้รับการทาบทามจากสโมสรราชนาวีให้ชกมวยสากลสมัครเล่นในนามของสโมสรและจะบรรจุให้เข้ารับราชการในกองทัพเรือด้วย สมรักษ์จึงตอบตกลง สมรักษ์ประสบความสำเร็จได้ทั้งแชมป์ประเทศไทยและเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ

ระดับทีมชาติ

สมรักษ์ เข้าสู่ทีมชาติครั้งแรก ในการแข่งขันโอลิมปิก ที่บาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2535 แต่ตกรอบแรก พ.ศ. 2536 ได้เหรียญทองมวยทหารโลกที่ประเทศอิตาลี แต่ไม่ได้ติดทีมชาติไปแข่งกีฬใซเกมส์ในปีนั้นเพราะไม่พร้อม สมรักษ์เริ่มมีชื่อเสียง จากการเป็นนักกีฬาไทย ที่ได้เหรียญทองเพียงคนเดียว ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ในปี พ.ศ. 2537 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเขาเกือบจะถูกตัดสิทธิ์เพราะตรวจสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านในครั้งแรก (ภายหลังสภาโอลิมปิคเอเชีย ได้กลับคำตัดสิน โดยให้ รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ นักว่ายน้ำ ได้ 2 เหรียญทอง)สมรักษ์ (ซ้าย) ได้รับการชูมือหลังจากชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ ได้ครองเหรียญทองพ.ศ. 2538 สมรักษ์ได้เหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ และผ่านการคัดเลือกไปแข่งกีฬาโอลิมปิกรอบสุดท้ายได้สมรักษ์โด่งดังถึงที่สุดในปี พ.ศ. 2539 เมื่อสมรักษ์สามารถคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกมาได้ โดยชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย ด้วยคะแนน 8-5 เส้นทางสู่ทองประวัติศาสตร์เริ่มจากรอบแรกเอาชนะแดเนี่ยล เซต้า นักชกเปอร์โตริโก 13-2, รอบสอง ชนะฟิลิป เอ็นดู จากแอฟริกาใต้ 12-7

รอบสามหรือรอบก่อนรองชนะ รามาส พาเลียนี่ จากรัสเซีย 13-4 นั่นหมายถึงว่าได้เหรียญทองแดงคล้องคอไว้แล้ว และสมรักษ์ชนะ พาโบล ชาคอน จากอาร์เจนตินาไปได้ 20-8 และท้ายที่สุดเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรียไปได้ ซึ่งก่อนการชกในรอบชิงชนะเลิศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารได้พระราชทานกระเช้าผลไม้มายังสมรักษ์และทีมงานพร้อมทั้งทรงอวยพรให้สมรักษ์ได้รับชัยชนะด้วย โดยการแข่งขันโอลิมปิคในครั้งนี้ สมรักษ์ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ” Kamsing Somluck ” โดยเจตนาให้มีนัยทางโชคด้วย (แต่ผู้บรรยายภาษาอังกฤษอ่านออกเสียงว่า คำซิง สมลุก) ภายหลังจากได้เหรียญทองแล้ว สมรักษ์กลายเป็นบุคคลชื่อดังไปในทันที กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ในเวลาไม่นาน ด้วยความเป็นคนมีบุคคลิกเฮฮา มีสีสัน น่าสนใจ ภายหลังจากกลับมาจากโอลิมปิคที่แอตแลนต้าแล้ว สมรักษ์ก็มีงานในวงการบันเทิงเข้ามา เริ่มจาก ละครเรื่อง “นายขนมต้ม” ทางช่อง 7 ที่รับบทเป็นนายขนมต้มพระเอกเอง โดยประกบคู่กับ กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ นางเอก และเพื่อน ๆ นักมวยรุ่นพี่อีกหลายคน

ชีวิตปัจจุบัน

สมรักษ์ คำสิงห์ กับบทบาทการแสดงละครปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีงานในวงการบันเทิง มีผลงานออกมาเป็นระยะ ๆ ล่าสุด ได้แสดงภาพยนตร์ระดับโลกเรื่อง Fearless ในปี พ.ศ. 2549 โดยบทบาทในเรื่องต้องปะทะกับ หลี่เหลียนเจี๋ย ด้วย มีกิจการของตัวเอง เช่น ร้านหมูกระทะ ชื่อ “สมรักษ์ย่างเกาหลี” ย่านเกษตร-นวมินทร์ และมีค่ายมวยของตนเอง ชื่อค่าย “ส.คำสิงห์”

เกียรติประวัติและผลงาน

- แชมเปียน นักเรียนนวมทอง ของ โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา 5 ปี
- แชมเปียน การแข่งขันมวย ของกรุงเทพมหานคร 2 ปี
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาแห่งชาติ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- เหรียญทองแดง การแข่งขันมวยทหารโลก ที่ประเทศเดนมาร์ก
- เหรียญเงิน การแข่งขัน เมเยอร์ คัพ ที่ประเทศฟิลิปปินส์
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอิหร่าน
- เหรียญเงิน การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 ที่ประเทศไทย
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น รุ่นเฟเธอร์เวท ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ประจำปี พ.ศ. 2537 ที่ฮิโรชิมา ญี่ปุ่น
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 20 ประจำปี พ.ศ. 2538 ที่จังหวัดเชียงใหม่
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ประจำปี พ.ศ. 2538 ที่จังหวัดเชียงใหม่
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในโอลิมปิก เกม ครั้งที่ 26 ประจำปี พ.ศ. 2539 ที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา
- เหรียญทอง การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2541 ที่ กรุงเทพมหานคร
- เป็นนักมวยไทยคนแรกที่ผ่านรอบคัดเลือก เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันรอบสุดท้าย ในกีฬา โอลิมปิก เกม ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน คือ

การเข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์
- กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 25 พ.ศ. 2535 ที่บาร์เซโลนา
- กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 26 พ.ศ. 2539 ที่แอตแลนตา
- กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 27 พ.ศ. 2543 ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย
- กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 พ.ศ. 2547 ที่เอเธนส์ กรีซ

ข่าวไทยไฟต์ – ไทยไฟต์ 2013 ปลายปี ไร้บัวขาวแน่นอน

            ข่าวไทยไฟต์ – ไทยไฟต์ 2013 ปลายปี ไร้บัวขาวแน่นอน

ข่าวไทยไฟต์ – ไทยไฟต์ 2013 ปลายปี ไร้บัวขาวแน่นอน

นายบรรยวัสถ์ สังข์วรรณะ ทนายความส่วนตัวของ บัวขาว บัญชาเมฆ ได้ทำการยกเลิกสัญญากับทาง บริษัท สปอร์ต อาร์ต จำกัด เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลทันที ทำให้ศึกมวยไทยไฟต์ 2013 ปลายปีนี้ จะไม่มีสุดยอดมวยไทยไฟต์ อย่างบัวขาวขึ้นชกอย่างแน่นอน

                      วันที่ 16 ก.ค. นายบรรยวัสถ์ สังข์วรรณะ ทนายความของบัว เปิดเผยว่า บัวขาว ได้ทำหนังสือชี้แจงยกเลิกสัญญากับทางบริษัทสปอร์ตอาร์ต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยไฟต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากอีกฝ่ายละเมิดสัญญาเงื่อนไขที่ทำกันไว้  ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ทำกันไว้ ซึ่งให้ทางไทยไฟต์นำไปใช้ได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยจะมีผลทันทีนับตั้งแต่วันที่ผิดสัญญา ทำให้สัญญาต่างๆ ที่บัวขาว ยังมีกับ ไทยไฟต์ อีก 2 ปีจากนี้ จึงมีอันเป็นโมฆะทันที    จากนั้น ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ก็จะไปศาลอีกครั้ง ในคดีที่ ไฟต์ไทย ฟ้องร้องบัวขาว 50 ล้าน ข้อหาละเมิดข้อสัญญา ด้วยการขึ้นชกโชว์มวย ในรายการ ขะแมร์ไฟเตอร์ที่ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา  

                     หลังจากไทยไฟต์นำเอาภาพของ บัวขาว ไปให้ผู้อื่นใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบัวขาว  จึงทำให้บัวขาว ก็จะไม่ขึ้นชกมวยไทยไฟต์ที่เดิมมีกำหนดการในช่วงปลายปีนี้แน่นอน ซึ่งหากอีกฝ่ายไม่ยอม ก็ให้ไปฟ้องร้องกับศาลเอง นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า ในส่วนคดีที่ไทยไฟต์ฟ้องร้องบัวขาว 50 ล้าน ฐานละเมิดสัญญา ก็จะไม่มีผลใดๆ ด้วย เพราะเกิดขึ้นหลังจากสัญญาถือว่าเป็นโมฆะไปก่อนแล้วทางด้าน “โจ ไทยไฟต์” ยอมรับว่า ตอนนี้ ฝ่ายกฎหมายของตนเองได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ก็จะพิจารณาถึงความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญาครั้งนี้  โดยทางไทยไฟต์ได้ชี้แจงว่า รายการนี้ต้องการโชว์ ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ไม่ใช่ โชว์บัวขาวเพียงคนเดียว ถ้าไม่มีบัวขาว เพียงคนเดียว รายการมวยไทยไฟต์ก็ยังคงจะดำเนินต่อไปเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับศิลปะของประเทศไทย

ที่มา : http://www.thairath.co.th

 

ข่าวไทยไฟต์ – 4 อวตาร อะลาวาด ไทยไฟต์ เก็บเรียบ

ข่าวไทยไฟต์ – 4 อวตาร อะลาวาด ไทยไฟต์  เก็บเรียบ

ข่าวไทยไฟต์ – 4 อวตาร อะลาวาด ไทยไฟต์  เก็บเรียบ

“4 อวตาร” สุดสาคร ส.กลิ่นมี, ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง, ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ และ อิกคิวซัง ก.รุ่งธนเกียรติ โชว์ฝีมือไม่ทำใฟ้ผิดหวัง  เมื่อคว้าชัยเรียบในศึก “ไทยไฟต์ เอ็กซ์ตรีม 2013″ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ศึกมวย “ไทยไฟต์ เอ็กซ์ตรีม 2013″ คราวนี้ได้มีการขึ้นชกมากถึง 10 คู่ ไฮไลท์สำคัญของรายการนี้คือการขึ้นชกของ “4 อวตาร” ประกอบด้วย สุดสาคร ส.กลิ่นมี, ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง, ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ และ อิกคิวซัง ก.รุ่งธนเกียรติ หลังหมดยุคของ “ดำดอทคอม” บัวขาว ป.ประมุข ตัวชูโรงคนก่อนที่มีปัญหาฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้

คู่แรก อิกคิวซัง ก.รุ่งธนเกียรติ ประเดิมขึ้นเวทีก่อนในรุ่น 67 กก. ขึ้นฟาดหมัดกับ วิคตอร์ ฮูโก นูเนส จากประเทศบราซิล ก่อนที่ อิคคิวซัง จะโชว์ลีลายึกยักเรียกเสียงฮา แต่อาวุธออกเข้าเป้าไปแบบเนียนๆ ได้ตลอด จนสุดท้ายเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ตามคาด

ถัดมาคู่ที่สองเป็น ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง เจ้าของฉายา “ขุนศอกโกอินเตอร์” ขึ้นมาดวลกับ มิคคาเอล พิสซิเตลโล จากฝรั่งเศส ในรุ่น 70 กก. โดย ไทรโยค ได้เดินเข้าหาฝ่ายตรงข้าม แต่ฝ่าย พิสซิเตลโล ก็มีอาวุธสวนอันตรายเหมือนกัน จนยกสองกำปั้นแดนน้ำหอมเริ่มออกอาการทรุดจนถูกนับแปด ก่อนถูก ไทรโยค ฟันศอกลูกถนัดซ้ำเข้าใส่ดั้งจมูกจนเลือดกำเดาทะลัก และทำให้กรรมการบนเวทีตัดสินให้ ไทรโยค เป็นฝ่ายชนะน็อคไปในยกที่สองนี้

คู่ ที่สามยังเป็นรุ่น 70 กก. ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ พบกับ คาซเบ็ค ซูเบย์เรียร์ จากรัสเซีย โดย ยอดแสนไกล มีทีเด็ดทั้งหมัดซ้ายและแข้งซ้าย แม้ถูก ซูเบย์เรียร์ เตะกวาดร่วงไปก่อนในยกแรก แต่หลังหมดยกแรก ซูเบย์เรียร์ เจอแข้งหนักๆ ของ ยอดแสนไกล จนชกต่อยกสองไม่ไหวยอมแพ้ไป ทำให้ ยอดแสนไกล คว้าชัยชนะให้ฝั่งนักชกไทยเป็นคนที่สามติดต่อกัน

กระทั่งมาถึง “4 อวตาร” คนสุดท้าย สุดสาคร ส.กลิ่นมี นักชกลีลาเยอะขวัญใจแฟนๆ ขึ้นชกในพิกัด 70 กก. เจอกับ ดิมิทรี แมสซัน จากสวิตเซอร์แลนด์  ออกลีลาแม่ไม้มวยไทยเข้าเป้าได้ตลอด จนปลายยกสอง แมสซัน เริ่มออกอาการไม่ดีและถูกนับ ตามด้วยยกสามที่ สุดสาคร ยังประเคนแข้งเข้าใส่ฝ่ายเดียว กระทั่งสุดท้ายกรรมการต้องยุติการชกไปในที่สุด ยกชัยชนะให้กับ สุดสาคร ไป ส่งผลให้ทั้ง “4 อวตาร” สามารถคว้าชัยชนะไปได้ครบทั้ง 4 คน

ส่วนผล คู่อื่นมีดังนี้ อองตวน ปินโต (ฝรั่งเศส) ชนะคะแนน ตู วอร์เรน (สหรัฐ), เลโอ ปินโต (ฝรั่งเศส) ชนะคะแนน อเล็กซี บาราโต (สวิตเซอร์แลนด์), ฟ้ามงคล ส.จ.แดนระยอง ชนะน็อค อเลสซิโอ อันเจโล (อิตาลี), ปีใหม่ จิตรเมืองนนท์ แพ้คะแนน ยุสเซฟ บูจฮาเน็ม (เบลเยียม), พยัคฆ์ดํา ม.ภูวนา ชนะคะแนน ซามูเอล เมอร์รีเวเธอร์ (อังฤษ), เจนรบ พุ่มพันธ์ม่วง ชนะคะแนน มาเธอุส เปไรรา ดา ครูซ (บราซิล)

ประวัตินักมวย – ประวัติวิจารณ์ พลฤทธิ์

ประวัตินักมวย – ประวัติวิจารณ์ พลฤทธิ์

ประวัตินักมวย – ประวัติวิจารณ์ พลฤทธิ์
วิจารณ์ พลฤทธิ์สุภาพบุรษนักชก
เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2519
บิดาชื่อนายจิ้ม มารดาชื่อนางทองม้วน พลฤทธิ์
วิจารณ์เกิดในเวลาเย็นของวันพฤหัสที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2519 ที่ ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยเป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนลูกทั้งหมด 4 คนของนายจิ้มและนางทองม้วน พลฤทธิ์ โดยพ่อจิ้มมีอาชีพเป็นควาญช้างลากซุง แต่ชื่นชอบในกีฬามวย จึงให้ลูกชายของตนคนนี้ไปฝึกซ้อมมวยไทยกับลูกชายของตนอีกคน ซึ่งก็คือพี่ชายของวิจารณ์นั่นเอง ต่อมา ครูงาน ซึ่งเป็นครูมวยของพี่ชายวิจารณ์ได้ฝึกหัดมวยไทยให้แก่วิจารณ์อย่างจริงจังพร้อม ๆ กับลูกชายของตนเอง โดยวิจารณ์ขณะนั้นอายุได้ 10 ขวบ ใช้ชื่อในการชกมวยครั้งแรกว่า “แสนเชิง ลูกเมืองดัง”
เริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียนเมืองเชลียง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และเข้าเรียนชั้นมัธยมที่ 4-6 ที่โรงเรียนวัดด่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. จากวิทยาลัยรัตนบัณฑิตและศึกษาชั้นปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ ไปพร้อมๆ กับการรับราชการกรมตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

เริ่มต้นอาชีพหมัดมวย
วิจารณ์ย้ายมาอยู่ในเมืองกรุง โดยมี ร.ท.ไฉน ผ่องสุภา เป็นผู้ดึงมาให้อยู่ในค่าย พันธ์ยุทธภูมิของ ยุทธภูมิ แจ้งโพธิ์นาค พ่อของ ภาคภูมิ แจ้งโพธิ์นาค เนื่องจาก คมเคียวเล็ก ต้องเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดด่านสำโรง ซึ่งเห็นว่าอยู่ใกล้กับค่ายของ ยุทธภูมินั่นเอง โดยคมเคียวเล็ก เปลี่ยนมาใช้ชื่อเป็น สุโขทัย ตามจังหวัดเกิด เมื่อแสนเชิง ลูกบ้านดัง หรือ วิจารณ์ พลฤทธิ์ เห็นพี่ชายมาก็ย้ายมาเรียนที่สมุทรปราการซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ตัวเองก็อยากจะมาอยู่ด้วย เมื่อราวปี 1987 วิจารณ์เพิ่งอายุ 11 ปี จึงย้ายมา และก็ได้อาศัยอยู่ที่ค่ายพันธ์ยุทธภูมิ โดยเรียนหนังสือไปด้วย ซ้อมมวยไปด้วย โดยเปลี่ยนชื่อมาเป็น สุโขทัยเล็ก ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย
“ศรีสัชนาลัย”ชกมวยจนกระทั่งปี 1992 ชกที่เวทีราชดำเนินครั้งแรกได้ค่าตัว 2,000 บาท ต่อมาอีกไม่นาน เมื่อ พ.ต.อ. เสวก ปิ่นสินชัย ได้แต่งตั้งเป็นโปรโมเตอร์ของเวทีราชดำเนินใช้ชื่อ “ศึกอัศวินดำ” ได้รับการโอนสิทธิ์ขาดในความเป็นผู้จัดการ และหัวหน้าคณะแต่เพียงผู้เดียวจาก ร.ท. ไฉน ผ่องสุภา โดยถือเป็น “มวยแถม” หลังจากที่ได้มีการตกลงเจรจากันเรื่องสิทธิ์ของ “ขุนเข่าไร้น้ำใจ” หลังสวน พันธ์ยุทธภูมิ ซึ่ง พ.ต.อ. เสวก รับจัด ศรีสัชนาลัยมาโดยตลอดจนกระทั่งได้เป็นแชมป์มวยไทยรุ่น จูเนียร์แบนตั้มเวตหรือพิกัด 115 ปอนด์ ที่เวทีรังสิต

แต่ภายหลังเมื่อ พ.ต.อ. เสวก ไม่ได้เป็นโปรโมตอร์ ของเวทีราชดำเนินแล้ว มีเพียงรายการถ่ายทอดสดทางช่อง 9 ก็เกรงว่า ศรีสัชนาลัย จะหาเงินจากการชกมวยไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจึงสนับสนุนให้ ศรีสัชนาลัย รับราชการตำรวจ จนปัจจุบันได้รับยศเป็น ส.ต.ต. ซึ่งในช่วงเวลาปีนี้เอง พ.ต.อ. เสวก ได้นำศรีสัชนาลัยมาชกมวยสากลสมัครเล่นให้กับทีมสโมสรตำรวจโดยสลับกับการชกมวยไทย ก่อนที่ “วิจารณ์” จะติดทีมชาติ เพราะเหตุว่า ประมวลศักดิ์ โพธิ์สุวรรณ นักชกทีมชาติคนก่อนขอแขวนนวม ซึ่ง วิจารณ์ ถือเป็นมวยนอกสายตา หรือมวยในระดับเกรดบีเท่านั้น เพราะเพิ่งชกมวยสากลได้ราว 2 ปี เท่านั้น คือ ครั้งแรกชิงแชมป์ประเทศไทยปี 1999 ตกรอบแรก ก่อนที่จะได้แชมป์กีฬากองทัพไทย และเป็นแชมป์ซีเกมส์ปีเดียวกัน

ติดทีมชาติมวยสากลสมัครเล่น
เมื่อต้นปี 2000 ในเดือนเมษายน วิจารณ์ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ อันมาจากอดีตนักชกแขวนนวม พ.ต.อ. เสวก ยอมมอบให้ แต่ในเดือนเมษายน จะขอให้กลับมาชกรับใช้สโมสรต้นสังกัด สโมสรตำรวจในศึกสี่เหล่าทัพและคัดเลือกได้แชมป์เลกที่ 3 ที่เมืองไทยในการคัดเลือกเป็นตัวแทนไปแข่งโอลิมปิก
วิจารณ์จึงถือว่าเป็นมวยนอกสายตาคนหนึ่งก่อนที่จะเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิปิกที่ซิดนีย์ แต่ด้วยความขยัน อดทน และได้โค้ชดีอย่าง ฮวน ฟอนตาเนียล อีกทั้งมีพรสวรรค์ในการประยุกต์เชิงมวยไทยผสมเข้ากับมวยสากลสมัครเล่นอย่างกลมกลืน จึงประสบผลสำเร็จ สร้างความฝันให้เป็นจริงในการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกปี 2000 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งไม่นานหลังได้เหรียญทองโอลิมปิก วิจารณ์ก็ได้ประกาศแขวนนวม โดยนำเงินรางวัลที่ได้เปิดร้านขายผ้าไหมร่วมกับภรรยาคือ จุฬาพร พลฤทธิ์

ประวัตินักมวย – พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม

 ประวัตินักมวย  -  พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม

 

ประวัตินักมวย  -  พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม

ชื่อจริง : พงศกร วันจงคำ

วันเกิด : 11 สิงหาคม พ.ศ. 2520

สถานที่เกิด : บัวใหญ่ ,นครราชสีมา ประเทศไทย

รุ่น : ฟลายเวท, ไลท์ฟลายเวท

ผู้จัดการ : วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์

เทรนเนอร์ : พยัคฆ์ ช.พิมล

สถิติการชก : ชก 69 ครั้ง ชนะ 65 (ชนะน็อก 34) แพ้ 3 เสมอ 1

พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม มีชื่อจริงว่า พงศกร วันจงคำ เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2520 เดิมฉายาว่า พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ มีชื่อเล่นว่า กร พงษ์ศักดิ์เล็กได้เป็นแชมป์ในสถาบันใหญ่ที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังทำสถิติการป้องกันตำแหน่งไว้ได้หลายครั้งด้วยกัน พงษ์ศักดิ์เล็กมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองคือ เมื่อขึ้นเวทีจะสวมหมวกไหมพรมสีแดงที่ได้รับการปลุกเสก จาก หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ทุกครั้ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ชีวิตัยเด็กและครอบครัว

ในวัยเด็กพงษ์ศักดิ์เล็กเป็นวัยเด็กช่วยงานพ่ออยู่ที่อู่ซ่อมรถ ได้ขึ้นชกมวยครั้งแรก เมื่ออายุ 11 ขวบ ที่เวทีมวยแถวบ้านเนื่องจากขาดนักมวยขึ้นชก ได้เงินค่าตัว 100 บาทและได้ชัยชนะอีกด้วย ชื่อในครั้งแรก ๆ ในแบบมวยไทยว่า “มังกรทอง ศิษย์เซียนเมฆ” สั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้มาชกในกรุงเทพมหานคร

พงษ์ศักดิ์เล็กเคยคิดท้อถอยอยากจะเลิกชกหลายครั้ง แต่ได้เทรนเนอร์คอยห้ามปรามไว้ ซึ่งไฟต์ที่เจ้าตัวประทับใจมากที่สุดคือไฟต์ที่ป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้เป็นครั้งที่ 15 เนื่องจากได้ทำลายสถิติเดิมของมิเกล คันโต ที่ทำไว้จนมีชื่อบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศ หรือ Hall of Fame เทียบเท่านักมวยรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงหลายคน

ปัจจุบัน พงษ์ศักดิ์เล็กมีแฟนแล้ว แต่ยังมิได้สมรสกัน นอกจากการชกมวยแล้วยังมีธุรกิจส่วนตัว คือ น้ำมันนวดแบบสมุนไพรไทยและพิมเสนน้ำ

แชมป์โลกคนที่ 31

พงษ์ศักดิ์เล็ก ชกมวยสากลอาชีพแพ้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ต่อ เจอร์รี่ ปาฮายาไฮ นักมวยถนัดซ้ายชาวชาวฟิลิปปินส์ คนเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมา พงษ์ศักดิ์เล็กไม่เคยแพ้ใครอีกเลย และพัฒนาฝีมือการชกขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ครองแชมป์โลกในรุ่นไลท์ฟลายเวท ของสหภาพมวยโลก หรือ WBU สถาบันระดับเล็ก

จากนั้นพงษ์ศักดิ์เล็กได้ป้องกันตำแหน่งอย่างต่อเนื่องและสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงามหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน เช่น ชนะน็อก อเล็ก บาบ้า ผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งชาวกานา ยก 8 ที่หาดใหญ่ ชนะ ไนโตะ ไดสุเกะ นักมวยชาวญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2545 และ ปี พ.ศ. 2548 อย่างง่ายดาย รวมทั้งการเดินทางไปป้องกันตำแหน่งที่ประเทศญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน

จนเมื่อถึงการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 15 ในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ที่สยามพารากอน กับ เอเวอร์ราโด โมราเลส นักมวยชาวเม็กซิกัน เป็นการจัดการแข่งขันครั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นการทำสถิติการป้องกันตำแหน่งแชมป์ในรุ่นฟลายเวท เทียบเท่ากับ มิเกล คันโต อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกันในอดีตที่ได้ทำสถิติได้ ซึ่งครั้งนี้ พงษ์ศักดิ์เล็กก็สามารถเอาชนะแตกไปได้ในยกที่ 4

ทำลายสถิติโลกและเสียแชมป์

ไนโตะ ไดสุเกะ แลกหมัดกับ พงษ์ศักดิ์เล็ก ในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกครั้งที่ 2 ของไดสุเกะ ซึ่งผลออกมาเสมอกันเมื่อสถิติโลกเดิมถูกทำลายลงแล้ว จากนั้น ทางทีมงานจึงวางเป้าให้พงษ์ศักดิ์เล็กป้องกันตำแหน่งให้ได้ 20 ครั้ง ซึ่งเท่ากับว่าจะทำลายสถิติการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกมากครั้งที่สุดของนักมวยชาวไทยและเป็นสถิติของทวีปเอเชียด้วยของ เขาทราย แกแล็คซี่ คือ 19 ครั้ง จากนั้นจึงจะให้พงษ์ศักดิ์เล็กป้องกันตำแหน่งให้ได้มากกว่า 25 ครั้ง ทำลายสถิติโลกของ โจ หลุยส์ อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวท ชาวอเมริกัน

แต่ทว่าการป้องกันตำแหน่งในครั้งที่ 18 ที่ประเทศญี่ปุ่น กับ ไนโตะ ไดสุเกะ คู่ปรับเก่าที่เคยเอาชนะมาแล้วถึง 2 ครั้ง พงษ์ศักดิ์เล็กต้องประสบกับปัญหาการลดน้ำหนักตัวซึ่งต้องทำการลดหลายครั้งก่อนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ และในวันชก ไนโตะ ไดสุเกะ แก้ทางมวยของพงษ์ศักดิ์เล็กมาเป็นอย่างดี ใช้จังหวะเข้าทำก่อนและโผเข้ากอด ทำให้ พงษ์ศักดิ์เล็ก ไม่อาจทำอะไรได้ถนัดถนี่ เมื่อครบ 12 ยก จึงแพ้ไปด้วยคะแนน 115 – 113, 116 – 113, 116 – 113 ถือว่าเป็นการพ่ายแพ้อย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพราะก่อนการชกหลายฝ่ายคาดว่า พงษ์ศักดิ์เล็กน่าจะเอาชนะไปได้เหมือน 2 ครั้งก่อนอย่างง่ายดาย

เกียรติประวัติ

แชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBU (2540 – 2541)

ชิงแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBU 28 มีนาคม 2540 ชนะน็อค เอ็มซูกิซี สกาลี (แอฟริกาใต้) ยก 1 ที่ จ.นนทบุรี

สิงหาคม 2541 ถูกปลด

แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (2544 – 2550) ทำสถิติป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวทมากที่สุดในโลก

ชิง 2 มีนาคม 2544 ชนะน็อค มัลคอร์ม ทูนาเกา (ฟิลิปปินส์) ยก 1 ที่ จ.พิจิตร

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 15 กรกฎาคม 2544 ชนะน็อค ฮายาโตะ อาซาอิ (ญี่ปุ่น) ยก 5 ที่ นาโกยา ญี่ปุ่น

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 26 ตุลาคม 2544 ชนะคะแนน อเล็กซ์ บาบา (กานา) ที่ จ.สงขลา

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 6 ธันวาคม 2544 ชนะน็อค หลุยส์ ซาราเต้ (อาร์เจนฯ) ยก 2 ที่ พัทยา

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 19 เมษายน 2545 ชนะน็อค ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ยก 1 ที่ จ.ขอนแก่น

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 6 กันยายน 2545 ชนะคะแนน เฮซุส มาร์ติเนซ (เม็กซิโก) ที่ รังสิต

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 26 พฤศจิกายน 2545 ชนะคะแนน ฮิเตโนบุ ฮอนด้า (ญี่ปุ่น) ที่ โตเกียว

ป้ประวัตินักมวย  - องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 6 มิถุนายน 2546 ชนะคะแนน แรนดี้ แมนกูบัท (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.สงขลา

ประวัตินักมวย  - ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 8, 14 พฤศจิกายน 2546 ชนะคะแนน ฮุสเซน ฮุสเซน (ออส) ที่ เวทีลุมพินี

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 9, 3 มกราคม 2547 ชนะคะแนน มาซากิ ทราซ นากามูระ (ญี่ปุ่น) ที่ ญี่ปุ่น

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 10, 15 ก.ค. 2547 ชนะน็อค หลุยส์ แองเจล มาร์ติเนซ (เม็กซิโก) ยก 5 ที่ จ. ขอนแก่น

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์โลกครั้งที่ 11, 29 ม.ค. 2548 ชนะน็อค โนริยูกิ โคมัตสึ (ญี่ปุ่น) ยก 5 ที่ ญี่ปุ่น

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 12, 10 ตุลาคม 2548 ชนะคะแนน ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ที่ โตเกียว

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 13, 16 กุมภาพันธ์ 2549 ชนะคะแนน กิลเบอร์โต แคบบาส (เม็กซิโก) ที่ จ.ชัยนาท

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 14, 1 พฤษภาคม 2549 ชนะคะแนน ไดโกะ นาชาฮิโร่ (ญี่ปุ่น) ที่

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 15, 30 มิถุนายน 2549 ชนะน็อค อีเวอราโด โมราเลส (เม็กซิโก) ยก 4 ที่ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน กรุงเทพมหานครฯ

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 16, 17 พฤศจิกายน 2549 ชนะคะแนน โมเนลิซี่ เอ็มเยเกนี่ (แอฟริกาใต้) ที่ จ.นครราชสีมา

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 17, 6 เมษายน 2550 ชนะน็อค โทโมโนบุ ชิมิสึ (ญี่ปุ่น) ยก 8 ที่ จ.สระบุรี

ประวัตินักมวย  - เสียแชมป์ 18 กรกฎาคม 2550 แพ้คะแนน ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ที่ ญี่ปุ่น

เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ

เสมอ 12 ยก ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC 8 มีนาคม 2551 ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ที่ ญี่ปุ่น

ประวัตินักมวย  - ได้รับการบรรุจุชื่อไว้ในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของ WBC และเป็นนักมวยคนแรกด้วยที่มีชื่อบรรจุอยู่โดยที่ยังไม่ได้แขวนนวม

ประวัตินักมวย  - ชิง 24 เมษายน 2552 ชนะน็อกยก 9 ฮูลิโอ ซีซาร์ มิรันด้า (เม็กซิโก) ที่ เวทีมวยชั่วคราว หน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา

ประวัตินักมวย  - ป้องกันตำแหน่ง 28 สิงหาคม 2552 ชนะน็อคยก 6 ทาคาฮิสะ มาซึดะ (ญี่ปุ่น) ที่ จ.เชียงใหม่

ประวัตินักมวย  - แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (สมัยที่ 2) (2553-2555)

ประวัตินักมวย  - ชิง 27 มีนาคม 2553 ชนะคะแนน โกกิ คาเมดะ (ญี่ปุ่น) ที่ อาริอาเกะ โคลอสเซียม โตเกียว

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 8 ตุลาคม 2553 ชนะคะแนน สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ที่ เวทีมวยชั่วคราว อบต.หนองไฮ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 1 กรกฎาคม 2554 ชนะคะแนน ทาคุยะ โคกาว่า (ญี่ปุ่น) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 21 ตุลาคม 2554 ชนะคะแนน เอ็ดการ์ โซซ่า (เม็กซิกัน) ที่ ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายใน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 23 ธันวาคม 2554 เสมอโดยเทคนิค ฮิโรฟูมิ มูไก (ญี่ปุ่น) ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน (เกิดอุบัติเหตุศีรษะชนกันในยกแรก ฮิโรฟูมิ มูไก ไม่อาจชกต่อไปได้)

ประวัตินักมวย  - ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 2 มีนาคม 2555 แพ้ทีเคโอยก 6 ซอนนี บอย จาโร (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว หน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี

แชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลรุ่นฟลายเวท WBC (2555)

ประวัตินักมวย  - ชิง 31 สิงหาคม 2555 ชนะคะแนน ยูบุ นาคากาม่า (ญี่ปุ่น) ที่ เวทีมวยชั่วคราว จ.นครศรีธรรมราช

ประวัตินักมวย  - ป้องกันครั้งที่ 1, 1 พฤศจิกายน 2555 แพ้ทีเคโอยก 3 เรย์ มิเกรโน่ (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว จ.นครราชสีมา

 

 

July 2014
M T W T F S S
« Jun    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031